จัดจ้านในย่านนี้! 10 นักเตะ ค่าตัวแพงในลีกเยอรมัน

จากกระแสล่าสุด แบ็คซ้ายดีกรีแชมป์โลกอย่าง ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ จากสโมสร แอตเลติโก มาดริด ที่เพิ่งได้ได้ทำการปิดดีลเตรียมตัวเก็บข้าวของย้ายซบทีมดังจากประเทศเยอรมันอย่าง บาร์เยิร์น มิวนิค หลังจากจบซีซั่นนี้ ด้วยสัญญา 5 ปี ด้วยจำนวนค่าตัวที่สูงราว 80 ล้านยูโร เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งค่าตัวที่สูงเสียดฟ้า ดาวเตะเลือดน้ำหอมในวัย 23 ปีผู้นี้ ได้ทำสถิติเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดใน บุนเดสลีกา ลีกสูงสุดของประเทศเยอรมันทันที จึงทำให้เป็นที่สงสัยถึงบรรดานักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดของลีกว่าจะมีใครกันบ้าง

อันดับ 10. อันเดร ชูร์เล่

เขาเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์
อันเดร ชูเร่ กองหน้าผู้มีความเร็ว ที่ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงที่เชลซีได้

เขาเป็นเจ้าหนูมหัศจรรย์ของทีมชาติเยอรมัน จนทีมยักษ์ใหญ่จากประเทศอังกฤษอย่าง เชลซี ต้องทำการคว้าตัวมาอยู่ในครอบครอง แต่ก็ไม่สามารถที่จะแจ้งเกิดในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ จนต้องย้ายกลับคืนสู่บุนเดสลีกา ในปี 2015 โดยเป็นสโมสร เฟาเอฟเอล โวล์ฟบวร์ก เป็นทีมที่รับตัวเขามาใช้งานต่อ ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร หรือราวๆ 1,152 ล้านบาท

อันดับที่ 9. เรนาโต้ ซานเชส

เขาเป็นที่สนใจของหลากหลายสโมสร แต่สุดท้ายเขาเลือกที่จะเข้าร่วมกับทีมดังในเยอรมันอย่าง บาร์เยิร์น มิวนิค
นักเตะดาวรุ่งที่แจ้งเกิดในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

จากการทำผลงานเป็นที่ฮือฮาของสื่อหลายสำนัก ในการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 เขาถือเป็นดาวรุ่นที่ได้รับการจับตามองและทำผลงานออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ จนทำให้หลากหลายสโมสรให้ความสนใจ และเป็น บาร์เยิร์น มิวนิค ที่ได้ดาวรุ่งผู้นี้ไปครอบครองในปี 2016 ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,260 ล้านบาท

อันดับที่ 8. แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์

เขาเป็นนักเตะที่มีความขยันและทุ่มเทเป็นอย่างมาก
แบ็คขวาดีกรีแชมป์โลก ที่สามารถเป็นกำลังหลักของทีมชาติฝรั่งเศส และอยู่ในชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกอีกด้วย

หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนพาทีมชาติฝรั่งเศสก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์โลกในสมัยที่ 2 ในปี 2018 ได้นั้น ปาวาร์ จึงเป็นนักเตะที่ได้รับความสนใจจากสโมสรมากมายในทวีปยุโรป แต่ก็ไม่พ้นทีมมหาอำนาจอย่าง บาร์เยิร์น มิวนิค ที่สามารถทำการคว้าตัวดาวเตะพลังหนุ่มผู้นี้ไปได้ ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,260 ล้านบาท

อันดับที่ 7. ยูเลียน ดรักซ์เลอร์

เข่เป็นนักฟุตบอลที่เก่งและยังเป็นดาวรุ่งพรุ่งแรง
draxler นักเตะที่มีความเร็วและมากไปด้วยเทคนิค

เขาคือผลผลิตที่ดีจากสโมสร ชาลเก้ 04 และยังเป็นดาวรุ่งที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากของประเทศเยอรมันเลยทีเดียว จนกระทั่งฤดูกาล 2015-2016 สโมสร เฟาเอฟเอล โวล์ฟบวร์ก ได้ทำการคว้าตัวดาวรุ่งผู้นี้มาไล่ล่าความสำเร็จให้กับสโมสร ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,260 ล้านบาท

อันดับที่ 6. มาริโอ เกิตเซ่

เขาคือนักเตะผู้มีความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก
มาริโอ เกิตเซ่ กองการผู้ทำประตูพาเยอรมันคว้าแชมป์โลก

ในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เข้ามาทำทีมในสโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เขาได้ทำการดันดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง มาริโอ เกิตเซ่ ขึ้นมาเป็นตัวทำเกมคนสำคัญของทีมจนสามารถคว้าแชมป์ลีกเยอรมัน ได้สำเร็จ นอกจากนี้ เกิตเซ่ ยังมีชื่อติดทีมชาติเยอรมันไปลุยศึก ฟุตบอลโลก 2014 จนสามารถสร้างตำนานด้วยการทำประตูคว้าแชมป์โลกมาจากทีมชาติ อาร์เจนตินา ได้สำเร็จ และเป็น บาร์เยิร์น มิวนิค ที่ทำการคว้าตัวเขามาครอบครองด้วยค่าตัว 37 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,332 ล้านบาท

อันดับที่ 5. อาร์ตูโร่ วิดาล

เขาเป็นกองกลางมากเทคนิค และเก่งกาจเป็นอย่างมาก
อาร์ตูโร่ วิดาล กองกลางจอมขยันและมากไปด้วยความดุดัน

หลังจากที่ทำผลงานอย่างน่าประทับใจกับทีมดังในอิตาลีอย่าง ยูเวนตุส ที่สามารถพาสโมสรคว้าแชมป์ลีกได้อย่างมากมาย จนทำให้เป็นที่จับตามองของหลายสโมสร แต่สุดท้ายก็เป็น บาร์เยิร์น มิวนิค สโมสรที่เคยมีข่าวกับเจ้าตัวตั้งแต่สมัยที่ยังค้าแข้งอยู่กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรร่วมลีก ด้วยค่าที่สูงถึง 37 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,332 ล้านบาท

อันดับที่ 4. มัทส์ ฮุมเมิลส์

เขาเป็นปราการหลังตัวสำคัญของทัพอินทรีเหล็กในยุคปัจจุบัน
กองหลังพันดุดีกรีทีมชาติเยอรมัน

ปราการหลังทีมชาติเยอรมัน ที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก และยังสามารถคว้าแชมป์โลกในปี 2014 มาครอง เขาได้ตัดสินใจที่จะย้ายออกจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ กลับไปร่วมทีม บาเยิร์น มิวนิค สโมสรเจ้าตัวเคยเข้าร่วมในสมัยเยาวชน ด้วยค่าตัว 38 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,368 ล้านบาท

อันดับที่ 3. ฆาบี มาร์ตินเนช

เขามีความโดดเด่นจนทัพเสือใต้ต้องดึงมาร่วมทีม
กองกลางสารพัดประโยชน์ ที่มีความดุดันในตัว

ในปี 2011 เขาถือเป็นดาวรุ่งจากแดนกระทิงดุที่น่าจับตามอง ด้วยความแข็งแกร่งและตำแหน่งการเล่นที่สารพัดประโยชน์ ทำให้เขาถูกรุมจีบจากหลายสโมสร แต่สุดท้ายเขาได้ตัดสินใจย้ายออกจาก แอทเลติก บิลเบา ในปี 2012 ย้ายเข้าสู่ ทีมมหาอำนาจอย่าง บาร์เยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,440 ล้านบาท

อันดับที่ 2. โตลิสโซ่

เขาเป็นกองกลางดาวรุ่งที่แแจ้งเกิดได้อย่างรวดเร็ว
ตูลิสโซ่ นักเตะผู้มีความสามารถและเก่งกาจเป็นอย่างมาก

กองกลางอนาคตไกลจากทีมชาติฝรั่งเศส ที่เป็นผลผลิตจากสโมสร โอลิมปิก ลียง เขาสามารถสร้างสรรค์เกมและยึดตำแหน่งตัวจริงใน ลียง ได้ อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ในปี 2017 สโมสร บาเยิร์น มิวนิค ไม่รอช้า ทำการคว้าตัวมาร่วมทีม ด้วยค่าตัว 41.5 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,494 ล้านบาท

อันดับที่ 1. ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ

เขาเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับบาร์เยิร์น มิวนิค
กองหลังผู้มีความแข็งแกร่งดีกรีแชมป์โลก

จากผลงานที่เจ้าตัวสามารถช่วยทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกในปี 2018 และยังโชว์ฟอร์มอันแข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่องในระดับสโมสรกับ แอตเลติโก มาดริด จนทำฟอร์มเข้าตาทีมดังจากเยอรมันอย่าง บาร์เยิร์น มิวนิค จนได้ทำการปิดดีลไปด้วยค่าตัว 80 ล้านยูโร หรือประมาณ 2,880 ล้านบาท

เขาคือตัวแทนความแข็งแกร่งของรามอสและเปเป้

ตัดสินใจไม่ถูก!! ราชันชุดขาวตัดสินใจอนาคตวาราน

สื่อดังแดนน้ำหอม ออกมาพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวกับ ราฟาแอล วาราน ปราการหลังชาวฝรั่งเศสของสโมสร เรอัล มาดริด โดยมีเนื้อหาว่า ราชันชุดขาว ไม่ได้คิดที่จะพิจารณาหรือมอบสัญญาฉบับใหม่ให้วาราน หลังจากเคยประเด็นข่าวย้ายทีมเพราะเจ้าตัวต้องการที่จะได้สัญญาฉบับใหม่

ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์แห่งศึก ลา ลีกา สเปน ไม่มีแผนของการยืนสัญญาฉบับใหม่ให้กับปราการหลังชาวฝรั่งเศสอย่าง ราฟาเอล วาราน ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาอนาคตของกองหลังผู้นี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจของคอบอลมากพอสมควร หลังจากที่มีข่าวหลุดออกมาว่าดาวเตะชาวฝรั่งเศสผู้นี้เริ่มพิจารณาการย้ายทีมบ้างแล้ว ด้วยเหตุที่เจ้าตัวต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ

ทั้งนี้ บางสื่อยังออกมารายงานว่า ที่มีข่าวลือหลุดออกมาแบบนี้เป็นเพียงแผนของทีมงาน วาราน ที่ต้องการจะให้ เรอัล มาดริด รีบดำเนินการต่อสัญญาฉบับใหม่ให้กับ ปราการหลังวัย 25 ปีผู้นี้ โดยปัจจุบัน วาราน มีสัญญาอยู่กับต้นสังกัดถึงปี 2022 แต่อย่างไรก็ตาม สื่อแดนน้ำหอมยังคงเชื่อว่า เรอัล มาดริด จะไม่มีทางมอบสัญญาฉบับใหม่ให้กับเจ้าตัวอย่างแน่นอน

นี่คือ 10 นัักฟุตบอลที่เล่นให้กับสโมสรเดียวตลอดการค้าแข้งของพวกเขา

“One Man Club” 10 นักเตะที่ดำรงอยู่สโมสรเดียวตลอดชีวิตการค้าแข้ง

ในปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ชัดว่าการจงรักภักดีของนักเตะกับสโมสรนั้นจะหาได้น้อยลงเป็นอย่างมาก หากเทียบกับยุคสมัยก่อนๆ เพราะเหล่านักเตะในยุคปัจจุบันต่างก็ต้องการที่จะค้นหาความสำเร็จมาประดับให้กับชีวิต และยังต้องการค่าเหนื่อยที่เพิ่มมาขึ้น แต่หากย้อนกลับไปนั้นในโลกแห่งฟุตบอล ยังมีนักฟุตบอลอีกจำนวนหนึ่งที่เลือกจะจงรักภักดีกับสโมสรและค้าแข้งอยู่กับต้นสังกัดเดียวตลอดชีวิต จะมีใครบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความนี้

  1. คาร์เลส ปูโยล

    กองหลังกัปตันทีมที่นักเตะหลายคนยอมรับในตัวของเขาทั้งเรื่องในและนอกสนาม
    คาร์เลส ปูโยล ปราการหลังตำนานของ บาร์เซโลน่า

เขาคือแนวรับที่มีความหนักแน่น และยังสามารถซื้อใจผู้เล่นของบาร์เซโลน่าทุกคนได้ถึงสองทศวรรษที่เขาได้ลงเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ เขาได้ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจทั้งหมดให้กับสโมสรแห่งนี้ทั้งในฐานะผู้เล่นและกัปตันทีมที่ดี

เขาได้ลงสนามในนามทีมชาติไป 100 เกม และกว่า 600 นัดที่เล่นให้กับ บาร์เซโลน่า ทั้งหมดทุกรายการ ในหลายๆ ปีที่ผ่านมานั้น เขาได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งรวมถึงผลงานอันยิ่งใหญ่ที่สามารถพาสโมสร บาร์เซโลน่า สร้างชื่อเสียงและประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรอย่างมากมาย

  1. เปาโล มัลดินี

    เขาคือปราการหลังที่มีความแข็งแกร่งและเก่งกาจที่สุดตลอดการของโลกฟุตบอล
    เปาโล มัลดินี ตำนานหมายเลข3 ของปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน

นี่คือปราการหลังที่เป็นมืออาชีพ เขามีความจงรักภักดีให้กับสโมสรเดียวและไม่เคยมีความคิดที่อยากจะย้ายออกจากทีม เอซี มิลาน กองหลังกัปตันทีมผู้นี้คือนักเตะที่มีความซื่อสัตย์ต่อสโมสรแห่งนี้ ดูจากระยะเวลาที่ใช้ในการค้าแข้งใน กัลป์โซ่ ซีเรีย อา ทำให้เขาได้รับรางวัล กองหลังยอดเยี่ยมของ ยูฟ่า ในวัย 39 ปี

มัลดินี เป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลเป็นอย่างมาก โดยเขาใช้เวลาค้าแข้งในถิ่นปีศาจแดงดำมาทั้งหมด 25 ปีในการลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ ด้วยการลงสนามมากกว่า 900 เกมในทุกรายการ และยังสามารถพาทีมคว้าแชมป์ในทุกรายการไปถึง 26 ครั้งด้วยกัน

  1. เลดลีย์ คิง

    เขาคือปราการหลังที่ดีที่สุดของสเปอร์ในยุคนั้น
    เลดลี่ย์ คิง กองหลังชาวอังกฤษของทัพไก่เดือยทอง

หากถามแฟนบอลของไก่เดือยทองถึงกองหลังที่ดีที่สุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าอดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ อย่าง เลดลีย์ คิง ต้องเป็นปราการหลังในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ซึ่งความจริงที่อดีตกัปตันทีมผู้นี้เป็นผู้โชคร้าย เพราะเขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานซะก่อน

แม้เขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรักษาร่างกายของตัวเอง แต่เขาก็ยังสามารถลงสนามให้กับ สเปอร์ไปได้ถึง 300 เกม ในทุกรายการ รวมถึงในช่วงฤดูกาล 2008 ที่พวกเขาคว้าแชมป์ ลีกคัพ มาครอบครองได้สำเร็จ

  1. โทนี่ อดัมส์

    เขาคือกองหลังผู้อยู่กับหนึ่งสโมสรมาอย่างยาวนาน
    โทนี่ อดัม กอฃหลังพันธุ์แกร่งของอาร์เซน่อล

เขาถือเป็นกองหลังที่มีความยิ่งใหญ่คนนึงของสโมสร อาร์เซน่อล โดยที่เขาไม่เคยยอมแพ้ต่อความพ่ายแพ้ต่ออุปสรรค์ใดๆ ทั้งสิ้น จึงทำให้แฟนตั้งฉายาให้กับเขาว่า “มิสเตอร์อาร์เซน่อล”

โทนี่ อดัมส์ ใช้เวลาทั้งหมดในการค้าแข้งอยู่กับทัพปืนใหญ่ ทั้งหมดถึง 19 ปี และยังประสบความสำเร็จอย่างมากมาย รวมถึงได้คว้าแชมป์อื่นๆ กับ อาร์เซน่อล เช่น พลีเมียร์ลีก อังกฤษ และยังได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมอีกหลายรายการตลอดชีวิตการค้าแข้งของเขา

  1. ฟรานเชสโก ต็อตติ

    เขาคือสุดยอดตำนานของทีม โรม่า
    ต็อตติ เจ้าชายหมาป่า แห่งกรุงโรม

ต็อตติ เขาเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสโมสร โรม่า และยังเป็น เจ้าชายหมาป่า ของบรรดาแฟนบอล และเขายังเป็นกัปตันทีมตัวอย่างที่มีความครบเครื่อง ทั้งแรงกระตุ้นและความน่าเกรงขามให้นักเตะในทีมสามารถเชื่อถือได้อีกด้วย

เขาเคยปฎิเสธข้อเสนอจาก เรอัล มาดริด มาแล้ว และแม้ว่าความสำเร็จในระดับสโมรของเขาจะไม่เทียบเท่ากับคนอื่นสักเท่าไหร่ แต่เขาก็ถือได้ว่าเป็นนักฟุตบอลที่มีความยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลคนหยึ่งเลยทีเดียว

  1. แกรี่ เนวิลล์

    เขาเป็นกัปตันทีมผู้ปลุกเล้าอารมณ์เพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี
    แกรี่ เนวิลล์ เขาคือนักเตะที่มีความขยันและซื่อสัตย์ต่อทัพผีแดงเป็นอย่างมาก

เขาคือแบ็คขวาที่มากไปด้วยความขยันประจำทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และยังประสบความสำเร็จอย่างมากมายในช่วงทศวรรษนั้น โดยเขาสามารถคว้าแชมป์พลีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกับทัพปีศาจแดงได้ นั้นก็ถือว่าเขานักเตะระดับตำนานของสโมสรคนนึงเลยก็ว่าได้

ด้วยความซื่อสัตย์และความซื่อสัตย์ที่มีต่อสโมสรแห่งนี้ ทำให้เขาไม่เคยได้ย้ายออกจากทีมไปร่วมเล่นกับสโมสรอื่นๆ และยังได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมทีมและกุนซือสมองเพชรอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ให้รับบทบาทเป็นกัปตันทีมต่อจาก รอย คีน กองกลางพันดุของทีมอีกด้วย

  1. พอล สโคลส์

    เขาคือกองกลางที่มีลูกเปิดที่แมนยำและลูกยิงไกลที่เด็ดขาด
    พอล สโคลส์ มิดฟิลด์ฝีเท้าระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มิดฟิลด์หมายเลข 18 ผู้เป็นตำนานประจำสโมสรที่ยากจะหาใครมาทดแทนตำแหน่งได้ เขาคือนักฟุตบอลที่มีลูกยิงไกลและการเปิดบอลที่แม่นยำคนนึง และยังถือได้ว่าเป็นผลผลิตจากศูนย์ฝึกฟุตบอลจากสโมสรอีกด้วย

เขาเป็นกองกลางที่ถูกยกย่องจากเพื่อนร่วมทีม และยังรวมไปถึงนักเตะหลากหลายสโมสร อย่างเช่น ซีเนดีน ซีดาน นักเตะซูปเปอร์สตาร์ชาวฝรั่งเศสที่เคยออกมายกย่องในตัวของ พอล สโคลส์ ว่าคือนักเตะที่เก่งที่สุดที่เขาเคยเจอมา โดย ซีดาน ได้กล่าวว่า “คุณไม่ค่อยจะได้เจอกับนักเตะที่สมบูรณ์แบบหรอก แต่สโคลส์เป็นคนที่ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้ เขาเป็นนักเตะคนโปรดของผม”

  1. ไรอัน กิ๊กส์

    เขาคือนักเตะคนสุดท้ายของ คลาสออฟ92 ที่เพิ่งจะแขวนสตั๊ดไปไม่นานมานี้
    ไรอัน กิ๊กส์ ลูกหม้อของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้รับฉายาจากแฟนบอลว่า “ปีกพ่อมด”

เขาคือนักเตะของทัพปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก ของเกาะอังกฤษ ซึ่งเขาประสบความสำเร็จกับสโมสรอย่างมากมายกับสโมสรแห่งนี้ และยังถือได้ว่าเป็นลูกหม้อของทีมที่ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรพร้อมๆ กับ แกรี่ เนวิลล์, พอล สโคลส์, ฟิล เนวิลล์, เดวิด เบคแฮม, และนิคกี้ บัตต์ โดยได้ขนานนามว่า “คลาสออฟ 92”

ไรอัน กิ๊กส์ คือนักเตะสุดท้ายของ คลาสออฟ 92 ที่เพิ่งจะแขวนสตั๊ดไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยที่เขามีความจงรักภักดีต่อสโมสรแห่งนี้เป็นอย่างมาก และไม่เคยที่จะมีความคิดที่จะย้ายทีมเลยสักครั้ง ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้เขาไม่มีความคิดจะย้ายออกจากสโมสรอาจจะเป็นเพราะผู้จัดการทีมที่ปลุกปั้นเขาขึ้นมาอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยเขาลงสนามให้กับทัพผีแดงไปทั้งหมดทุกรายการถึง 1,110 นัด และยังทำประตูไปถึง 168 ประตูเลยทีเดียว

  1. เจมี่ คาร์ราเกอร์

    เขาคือกองหลังที่มีความดุดันเป็นอย่างมาก
    คาร์ราเกอร์ ปราการหลังระดับตำนานของทัพหงส์แดง

ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ผู้ที่จงรักภักดีกับสโมสร ลิเวอร์พูล มาอย่างช้านานอย่าง คาร์ราเกอร์ เขาได้รับใช้ทีมดังจากเมืองลิเวอร์พูลมาอย่างยาวนาน โดยที่มีเวลาการค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ที่ใกล้เคียงกับ สตีเว่น เจอร์ราด โดยเขาอยู่กับสโมสรแห่งนี้ถึง 17 ปี และได้ลงสนามรับใช้สโมสรไปถึง 500 เกมด้วยกัน

  1. โรเจริโอ เซนี

    เขาคือผู้รักษาประตูทีร่สามารถทำประตูได้อย่างมากมาย
    เซนี่ นายด่านคนเก่งของ เซา เปาโล

ข้ามทวีปไปที่อเมกาใต้ เซนี ก็คือนักเตะที่มีความจงรักภักดีต่อสโมสรเช่นกัน และเขายังเป็นผู้รักษาประตูที่สามารถทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังอีกด้วย ด้วยการทำประตูไปได้ถึง 131 ประตู จากการลงเฝ้าเสาไปถึง 1,237 เกมให้กับสโมสร เซา เปาโล ในประเทศบราซิล

อดีตนายด่านของประเทศบราซิล ได้ใช้เวลาไปทั้งหมด 23 ปี ในการค้าแข้งอยู่กับสโมสร เซา เปาโล ในฐานกัปตันทีม เขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้อย่างมากมายประมาน 20 ครั้งได้ และในขณะนี้เขายังได้รับบทบาทเป็นผู้จัดการทีมของสโมสร เซา เปาโล อีกด้วย